2 แอพตั้งสายกีต้าร์ แบบฟรีๆ จุดเด่น-จุดด้อย อ่านเข้าใจง่าย

แอพตั้งสายกีต้าร์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ นักดนตรีหลายคนเลือกใช้ นั่นเพราะ พกพาง่ายเพียงแค่โหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ เรื่องของความเสถียรในการตั้งสายก็ใช้ได้เลยทีเดียว จะมีตรงข้อเสียอย่างเดียวก็คือ ไม่สามารถตั้งในที่ๆ มีเสียงรบกวนมากๆ ได้ เพราะแอพตั้งสายกีต้าร์จากเสียงของกีต้าร์ที่เราดีด และจับเสียงผ่านทางช่องไมค์โครโฟนของโทรศัพท์ ( แต่ก็มีข้อยกเว้นในบางแอพที่สามารถตั้งสายได้เสถียร แม้ว่าจะอยู่ในที่มีเสียงรบกวนมากๆ จะเป็นแอพไหนเลื่อนลงไปอ่านกันเลย ห้ามพลาด! )

อีกข้อหนึ่งที่สำคัญมันสามารถโหลดมาใช้งานได้ฟรีๆ เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการประหยัดงบในการซื้อเครื่องตั้งสาย แต่แอพตัวไหนบ้างล่ะ ที่ตอบโจทย์การใช้งานของเรา โดยตัวที่ผมจะนำมาแนะนำ จะเลือกแต่ตัวฟรีๆ ที่คุณสมบัติเบื้องต้นครบต่อการใช้งาน แต่ถ้าใครอยากใช้งาน คุณสมบัติส่วนเสริม เพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ก็สามารถจ่ายเงินเพื่อเปิดใช้คุณบัติอื่นๆ ได้เช่นกัน

ควรอ่าน : 5 วิธีตั้งสายกีต้าร์ ง่ายๆ ด้วยตัวเอง อ่านแล้วทำเป็นแน่นอน

Pro Guitar Tuner

แอพ Pro Guitar Tuner

ข้อดีของแอพ

  • ปรับ Flat(b) และ Sharp(#) ได้
  • แอพใช้ได้ทั้ง ios และ android
  • ปรับ Hz ของกีต้าร์ได้ (ปกติอยู่ที่ 440HZ)
  • สามารถตั้งสายได้หลายแบบ ดรอปเป็นคีย์อื่นก็ได้ เพียงแค่ลดเสียงหรือเพิ่มเสียง แล้วสังเกตตัวโน๊ตที่หน้าจอแอพว่าเป็น โน๊ตตัวอะไร ให้ตรงกับเสียงที่เราต้องการ

ข้อเสียของแอพ

  • มีโฆษณาขึ้น แต่ไม่น่ารำคาญมาก พอรับได้
  • ไม่สามารถตั้งสายในที่ๆ มีเสียงรบกวน หรือ สถานที่ มีเสียงดังๆ
  • ต้องจ่ายใช้งานการเลือกตั้งสายได้หลายหมวดเครื่องดนตรี เช่น Guitar 4 – 13 สาย (ยกเว้น 6 สายตั้งได้ปกติ) , Bass 4-6 สาย, Ukulele ทุกขนาด, Banjos, Mandolin Family, Violin Family, Balalaika Family ( หรือก็คือเครื่องสายเกือบทุกประเภท)
  • การเลือกตั้งดรอปสาย แบบออโต้ ที่ปิดความสามารถไว้ต้องจ่ายเพื่อเปิดใช้คุณสมบัติ ( ถ้าไม่ซีเรียจ ใช้วิธีผมตามที่ผมอธิบายในข้อดีของแอพนี้ได้ ดีดเอาแล้วลดตามเสียงที่เราอยากได้เลย )

ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับแอพ (หลังใช้งานจริง)

ส่วนตัวผมชอบตัวนี้เพราะสามารถดรอปเสียงได้หลายแบบ ตามที่ต้องการ ( เพลง Fingerstyle ต่างประเทศ จะดรอปสายแปลกๆ เยอะมาก นั่นจึงทำให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ของผมได้ดี แต่ต้องตั้งในที่เงียบๆ นะ XD )

คะแนนของแอพอยู่ที่ 4.5

  • ราคา ฿10.00 – ฿343.26 ต่อรายการ ( สำหรับ android )
  • ราคา ฿209.00 ( สำหรับ ios )

โหลดแอพได้ที่:

back to menu ↑

Guitar Tuner Free – Guitar Tuna

แอพ Guitar Tuna

ข้อดีของแอพ

  • มี Metronome ให้ใช้ด้วย
  • แอพใช้ได้ทั้ง ios และ android
  • ไม่มีโฆษณากวนใจ ตอนตั้งสาย
  • ปรับ Hz ของกีต้าร์ได้ (ปกติอยู่ที่ 440HZ)
  • มีเสียงแจ้งเตือนชัดเจน เมื่อเราตั้งสายตรง
  • ตั้ง standard guitar , bass , ukulele ได้
  • เข็มหน้าปัดบอกการหมุนสายให้เสียงสูงขึ้นหรือต่ำลง
  • หน้าจอสวย แบ่งเมนูต่างๆ ให้สามารถใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น
  • ตั้งในที่ๆ มีเสียงรบกวนอื่นๆ ได้ จากที่ทดสอบแอพจับจากเสียงกีต้าร์เป็นหลัก
  • มี Chord Library (ภาพรูปแบบวิธีการจับคอร์ดครบทุกคอร์ดทุกตำแหน่งบนคอกีต้าร์)
  • เรื่องวิธีการใช้งาน แอพนี้มีวิดีโอที่ คนทั่วๆไปสอนใช้งานเพียบ ดังนั้นไม่ต้องกลัวใช้งานแอพนี้เป็นแน่นอน

ข้อเสียของแอพ

  • แอพไม่สามารถตั้งสาย ในรูปแบบการดรอปสาย แปลกๆ ได้ ถ้าจะใช้ต้องเสียเงิน

ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับแอพ (หลังใช้งานจริง)

โดยรวมแล้วตัวนี้ ตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้งานตั้งแต่เริ่มต้น – มืออาชีพ ที่ต้องการแอพตั้งสายเสียง Standard tuner แบบแม่นยำ เพราะแอพนี้สามารถตั้งในที่ๆ มีเสียงรบกวนอื่นๆ ได้ เนื่องจากตัวแอพจับแค่เสียงกีต้าร์ (ดีมาก) ทำให้แอพตั้งสายได้แม่นยำมากกว่าแอพอื่นๆ มาก ให้สามผ่านอีกแอพเลยครับ ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ ยังมีอีกเยอะ หลักๆผมจะบอกแต่ส่วนสำคัญที่จะได้ใช้งานกันจริงๆเท่านั้น ส่วนอื่นลองไปตั้งค่าเล่นกันดูได้เลย

นอกจากนี้แอพยัง มีส่วนเสริมในการสอนเล่นกีต้าร์ด้วย ไม่จะเป็น learn Chord , learn Chord Diagrams , Chord Ear Trainer และอื่นๆ อีกเพียบ แบบฟรีๆ ของเค้าดีจริง แอพเทพเดียวจบโหลดเถอะ  พรีสสสส

คะแนนของแอพอยู่ที่ 4.8 – 5.0

ราคา ฿36.51 – ฿129.00 ต่อรายการ ( สำหรับ android )

In-App Purchases ( สำหรับ ios )

  • GuitarTuna Pro $12.99
  • All In One $9.99
  • Power Bundle $3.99

โหลดแอพได้ที่:

back to menu ↑

อ่านสรุปแอพตั้งสายกีต้าร์  Guitar Tuner Apps

สรุปทั้งหมดเกี่ยวกับ แอพตั้งสายกีต้าร์ ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับการใช้งานในแต่ละคนมากกว่า ว่าต้องการใช้มากใช้น้อยแค่ไหน แต่ถ้าสำหรับมือใหม่แนะนำให้ใช้ Guitar Tuna เพราะเป็นแอพที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานเบสิคพื้นฐานครบทุกอย่างและครอบคลุมที่สุด อีกทั้งยังเป็นแอพที่ได้รับความนิยมที่สุดอีกด้วย ส่วนเรื่องคุณสมบัติของการ  ดรอปเสียง หรือ ตั้งเสียงในรูปแบบอื่นๆ ผมมองว่ายังไม่ค่อยมีความจำเป็นสำหรับการใช้งานพื้นฐานโดยทั่วๆไปสักเท่าไหร่

เพราะจุดประสงค์หลักของผู้ที่เลือกใช้งานนั้นต้องการแอพฟรีเป็นพื้นฐานกันอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวผมโหลดไว้ใช้ทั้ง 2 แอพเลยเพราะใช้งานแตกต่างกันคนละแบบ สุดท้ายใครที่พอมีทุนทรัพย์ก็อย่าลืมสนับสนุนผู้ให้บริการ เพื่อให้ผู้พัฒนาได้อัพเดทสิ่งใหม่ๆให้เราได้ใช้งานในอนาคตต่อไป

สาระดนตรี โดนๆ ไม่อั้น ที่คุณต้องรู้
Logo